Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in Register
This Logo Viewlet registered to qPloneSkinBusiness4 product
You are here: Home วิเคราะห์หนังสือภาพสำหรับเด็ก

มาเล่นด้วยกันนะ

เรื่องและรูป: มารี ฮอลล์ เอทส์ ผู้แปล: พรอนงค์ นิยมค้า จัดพิมพ์โดย: สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก เขียนโดย : ระพีพรรณ พัฒนาเวช

bookplaywithme.jpgแดดยามเช้า น้ำค้างอยู่บนยอดหญ้า ฉันออกไปเดินเล่นในทุ่งนา ตั๊กแตนตัวหนึ่ง เกาะอยู่บนใบไม้ มันกัดกินใบไม้เป็นอาหารเช้า “ตั๊กแตนจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” ฉันพยายามจะจับตั๊กแตน แต่มันกระโดดหนีไป กบตัวหนึ่ง กระโดดออกมานั่งข้างสระน้ำ ฉันคิดว่ามันคงจะนั่งรอจับยุง “กบจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” ฉันพยายามจะจับกบ แต่มันกระโดดหนีไป เต่าตัวหนึ่งนอนอยู่ปลายขอนไม้ มันนอนนิ่งๆ เพื่ออาบแดดอันอบอุ่น “เต่าจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” เต่ารีบหนีลงน้ำไป จนฉันจับมันไม่ทัน กระรอกตัวหนึ่ง นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ มันแทะลูกไม้ด้วยฟันซี่เล็กและแหลมคม  “กระรอกจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” พอฉันก้าวเข้าไปใกล้ กระรอกก็วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ นกปีกลาย บินมาเกาะอยู่บนกิ่งไม้ มันร้องเสียงดัง “นกจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” พอฉันชูมือขึ้นเท่านั้น มันก็บินหนีไป กระต่ายตัวหนึ่งนั่งหลบอยู่หลังต้นไม้ มันทำจมูกฟุดฟิด และเล็มดอกไม้ทีละนิด ทีละนิด “กระต่ายจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” ฉันพยายามจะจับมัน แต่กระต่ายก็วิ่งหนีเข้าป่าไป  งูตัวหนึ่งเลื้อยเลี้ยวเคี้ยวคนไปมา อยู่ในพงหญ้าตามประสางู  “งูจ๋า มาเล่นด้วยกันนะ” แต่งูก็ยังเลื้อยหนีลงรู ไม่มีใครเล่นกับฉันเลย ฉันดึงหญ้าปุยฝ้ายขึ้นมาเป่าเล่น แล้วเดินไปนั่งบนก้อนหินริมน้ำ เฝ้ามองแมลงเล่นเป็นรอยริ้วบนผิวน้ำ เมื่อฉันนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่นั่น เจ้าตั๊กแตนก็กลับมาเกาะข้างๆ ฉัน เจ้ากบก็กลับมานั่งอยู่ในพงหญ้า เจ้าเต่าคลานต้วมเตี้ยมกลับขึ้นมานอนอยู่บนขอนไม้ เจ้ากระรอกกลับมาจ้องหน้าและคุยจ้อกับฉันเจ้านกปีกลายก็กลับมาจับอยู่บนกิ่ง ไม้  เจ้ากระต่ายกลับมากระโดดเล่นรอบตัวฉัน  และเจ้างูก็ออกมาจากรูเหมือนกัน  แต่ฉันยังคงนั่งนิ่งเงียบสนิท ไม่ส่งเสียงแม้สักนิด(เพราะเกรงว่าพวกเขาจะกลัวจนหนีไปอีก) ทันใดนั้น ลูกกว่างน้อยก็โผล่หน้าออกมาจากที่ซ่อนในพุ่มไม้ และจ้องมองฉัน ฉันกลั้นลมหายใจเอาไว้ กว่างน้อยจึงเดินเข้ามาใกล้ หากจะจับมัน ฉันก็ทำได้ แต่ฉันไม่เคลื่อนไหว และไม่พูดอะไร กวางน้อยก็เลยเข้ามาเลียแก้มใสของฉัน มีความสุขจังเลย มีความสุขที่สุดในโลก พวกเขาทั้งหมด…ทั้งหมดเลย…เล่นกับฉันแล้ว

“มาเล่นด้วยกันนะ” เป็นหนังสือชุดเรื่องเอกของโลก ที่มีการดำเนินเรื่องแบบเรียบและเงียบสงบ แต่อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มนี้ เมื่ออ่านให้เด็กฟังจะสามารถพัฒนาด้านต่างๆ ของเด็กได้ดังนี้

พัฒนาการด้านร่างกาย ขณะที่ผู้อ่านอ่านเรื่องนี้แล้วให้เด็กๆ ดูภาพควบคู่ไปด้วย เด็กๆ ก็จะกรอกสายตามองหาสัตว์ต่างๆ ในแต่ละหน้า ซึ่งเป็นการบริหารกล้ามเนื้อตา

พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ โดยเนื้อเรื่องแล้ว “มาเล่นด้วยกันนะ” เป็นเรื่องนิ่งเงียบ ซึ่งทำให้เด็กเกิดสมาธิมีจิตใจสงบนิ่ง ในบรรยากาศเล่านิทาน ถ้าจะเล่านิทานหลายเรื่องอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ควรเป็นเล่มแรกที่เล่าให้เด็กๆ ฟัง เพราะเมื่อเด็กๆ ได้เรียนรู้การอยู่นิ่งๆ จะทำให้เกิดสมาธิและนำไปสู่การเป็นผู้ฟังที่ดี และยาวนาน

พัฒนาการด้านสังคม ถึงแม้ว่าตัวละครในเรื่องจะมีทั้งคนและสัตว์แต่ก็แสดงถึงการอยู่ร่วมกันใน สังคมสัตว์ต่างๆ ในเรื่องเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ เมื่อเด็กผู้หญิงในเรื่องต้องการมีเพื่อนต้องรู้จักหยุดนิ่ง ไม่รุกรานคนอื่น  การที่เด็กบางคนส่งเสียงเอะอะโวยวายแล้วเพื่อนๆหนีหายไป แต่ในขณะที่เด็กบางคนนิ่งเงียบกลับมีเพื่อนมากมายเข้ามาหา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบรรยากาศเงียบสงบก็ไม่ได้หมายถึงไม่มีการเล่นไม่มีการ พูดคุยสื่อสารกัน

พัฒนาการด้านสติ-ปัญญา “แดดยามเข้า น้ำค้างอยู่บนยอดหญ้า ฉันออกไปเดินเล่นในทุ่งนา…พวกเขาทั้งหมด…ทั้งหมดเลย…เล่นกับฉันแล้ว”  การดำเนินเรื่อง และการใช้ภาษาที่อ่านหรือฟังแล้ว ก่อให้เกิดความสงบนิ่ง ผ่อนคลาย ทำให้ผู้ฟัง คือเด็กๆ เกิดสมาธิ เกิดความสุขุม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสติ “..เมื่อฉันนั่งนิ่งเงียบสนิท ไม่ส่งเสียงแม้สักนิด(เพราะเกรงว่าพวกเขาจะกลัวจนหนีไปอีก)…”  ในนิทานเรื่องนี้แสดงถึงการรู้ท่าทันหรือรู้ถึงคนอื่นและตัวเอง ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การกระทำทุกด้านอย่างมีสติ

ในขณะเดียวกัน “มาเล่นด้วยกันนะ” ยังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมาย  เช่น

เรียนรู้ เรื่องบุคคลอื่นและสถานที่ สัตว์ต่างๆ ในเรื่องนี้เสมือนเป็นเพื่อนของเด็กผู้หญิงคนนั้น และการที่เด็กผู้หญิงคนนั้น นอกจากจะรู้จักคนอื่นแล้ว ยังได้เรียนรู้อุปนิสัยของคนอื่นอีกด้วย

เรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ฉากในนิทานเรื่องนี้แสดงถึงธรรมชาติที่ไม่ไกลตัวเด็กเลย เช่น ทุ่งนาที่อยู่ข้างบ้าน สระน้ำที่อยู่ในทุ่งนา เป็นต้น นอกจากนี้ยังพูดถึงสัตว์ต่างๆ และดอกไม้ต่างๆ ด้วย เช่น หญ้าปุยฝ้าย เป็นต้น

ภาษา ภาษาที่ใช้ในนิทานเรื่องนี้ เป็นภาษาวรรณกรรม หรือภาษาพรรรณาโวหารที่มีความไพเราะอยู่ในตัว ดังนั้นควรอ่านให้เด็กฟังมากกว่าเล่า เด็กได้ฟังนิทานเรื่องนี้จะได้เรียนรู้ภาษาที่มีชีวิตชีวา เช่น มันนอนนิ่งๆ เพื่ออาบแดดอันอบอุ่น, งูตัวหนึ่งเลื้อยเลี้ยวเคี้ยวคดไปมา เป็นต้น

ศิลปะ ภาพประกอบหนังสือเล่มนี้ เป็นแบบเทคนิคผสม คือวาดลายเส้นด้วยดินสอ ผสมกับเทคนิคการพิมพ์สี ภาพที่ปรากฏออกมาจึงมีความนุ่มสบายตา กลมกลืนกับบรรยากาศของเรื่อง ซึ่งเด็กๆ ที่เห็นภาพจากหนังสือเล่มนี้จะได้เรียนรู้ เทคนิคการทำงานศิลปะอีกแบบหนึ่งที่สำคัญคือเด็กๆ จะได้เรียนรู้งานศิลปะที่แสดงถึงบรรยากาศอันอบอุ่นไปด้วย