Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in Register
This Logo Viewlet registered to qPloneSkinBusiness4 product

อึ / ตด

อึ / ตด บทความ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ อึ : เรื่อง-ภาพ : ทาโร โกมิ สำนักพิมพ์ แพรวเพื่อนเด็ก ตด : เรื่อง-ภาพ : ชินตะ โช สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

Unknown1.jpegหนังสือทั้งสองเล่มนี้ เป็นงานผู้ประพันธ์ชาวญี่ปุ่นทั้งสองเล่ม ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์ที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย ตีพิมพ์และจำหน่ายในประเทศไทยมาหลายปี เป็นหนังสือที่เด็กๆชื่นชอบ เพราะพูดถึงสิ่งที่เด็กคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ในขณะที่นักวิชาการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยในบ้านเรากลับเห็นไปคนละทางอยู่ บ่อยๆ บางทีก็เห็นไปว่าใช้ชื่อเรื่องไม่สุภาพ หยาบโลนเสียอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เด็กๆ และพ่อแม่ต่างก็พูดถึงกิจกรรมทั้งสามอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เป็นคำพูดในชีวิต ประจำวันของทุกคน ถ้านักพัฒนาหนังสือภาพสำหรับเด็ก ทั้งผู้แปลและสำนักพิมพ์คล้อยตาม ตั้งชื่อเป็นทางการเข้าไว้ว่าเป็นอุจจาระ ปัสสาวะ และผายลม  คงจะกลายเป็นหนังสือเด็กที่พิลึกเอาการ และเด็กๆคงไม่สนใจอย่างที่เป็นอยู่

หนังสือทั้งสองเล่มไม่ใช่หนังสือนิทาน เพราะไม่มีเจ้าชาย เจ้าหญิง การผจญภัย หรือเรื่องราวน่าสนุกน่าติดตาม แต่นำเอาวิทยาศาสตร์มาเล่าให้เด็กๆฟัง ย่อยวิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องของเด็กเล็กๆ เล่าเรื่องในวิธีที่เด็กๆเข้าใจ สอนวิธีการให้เด็กๆ คุ้นเคยและสนุก เช่นวิธีวัดปริมาตรของตด โดยใช้ขวดนม ซึ่งเด็กๆนึกออกว่าขวดนมนั้นเป็นอย่างไร ผู้ประพันธ์จึงไม่ใช้เครื่องตวงอื่นให้เด็กๆสับสน หนังสือทั้งสองเล่มจึงเป็นวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กที่น่ายกย่อง เพราะคิดแตกและเข้าใจจริตของเด็กๆ คิดออกว่าจะนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวให้เด็กๆเรียนรู้อย่างสนุกสนานได้อย่างไร จนเด็กๆรับได้อย่างสนิทใจว่าหนังสือเรื่อง อึ และ ตด นั้นสนุก กระทั่งกลายเป็นหนังสือที่โครงการต่างๆของสมาคมไทสร้างสรรค์แนะนำให้พ่อแม่ ใช้อ่านให้เด็กเล็กๆ วัย 2-3 ขวบฟัง และถือเป็นหนังสือเล่มหลักที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งต้องมีไว้ประจำ

ขอกล่าวถึงเรื่องตดเป็นตัวอย่างว่ามีแง่มุมที่น่าสนใจเช่นไร เด็กๆทุกคนรู้สึกว่าตดไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ(อาจเป็นเพราะเด็กส่วนใหญ่ตดไม่เหม็นก็ได้) ดังนั้น เด็กที่พอจะรู้ความแล้วจนถึงวัยประถมกลางๆ ทุกคนพร้อมที่จะหัวเราะเมื่อพูดถึงตด เพราะรู้สึกว่าตดเป็นเรื่องน่าขำ หากมีใครคนหนึ่งตดขึ้นมากลางวง ทุกคนก็จะหัวเราะ ซึ่งกล่าวกันว่าเด็กๆทุกแห่งหนทั่วโลกเป็นเช่นเดียวกันหมดในกรณีนี้

หนังสือเล่มนี้บอกเราและเด็กๆว่ากินอะไรทำให้ตดเหม็น กินอะไรตดไม่เหม็น การตดเป็นการทำงานของระบบย่อยอาหารและลำไส้ สัตว์ทั้งหลายก็ตดเช่นเดียวกันกับมนุษย์เพราะกินอาหาร ทั้งนี้มีสัตว์บางชนิดที่ส่งกลิ่นเหม็น เช่น ตัวสะกั๊ง แต่อันนั้นไม่ใช่ตดUnknown.jpeg

ส่วนอึ ก็มีวิธีการเล่าเรื่องแบบเดียวกับตด มีพัฒนาการของเรื่องอย่างเดียวกันเพียงแต่เปลี่ยนเนื้อหาและมีภาพประกอบที่ ออกแบบมาคล้ายกัน จนเผลอคิดว่าเป็นผู้ประพันธ์และวาดภาพประกอบคนเดียวกัน ส่วนวิธีการเล่าเรื่องนั้นน่าสนใจมากกับท่าที ทีเล่นทีจริง จนอาจทำให้เราผู้ใหญ่ทั้งหลายสับสนว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ทำให้เกิดบรรยากาศเล่นๆ ไม่เคร่งเครียด ภาพประกอบก็แสดงท่าทีจริงจังสอดคล้องกัน จนไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าสวยหรือไม่สวย ถูกต้องเหมือนจริงหรือไม่ เป็นญี่ปุ่นมากไปหรือเปล่า ฯลฯ

หนังสือชุดนี้บอกเราอย่างหนึ่งว่า การจะสร้างหนังสือดีสำหรับเด็กนั้น จำเป็นที่จะต้องคิดและเรียนรู้หลายอย่างจนตกผลึกทั้งทักษะการเล่าเรื่องผ่านหนังสือและความเชี่ยวชาญในการสร้างภาพประกอบ และมีทั้งความรู้สึกและเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเด็กสนใจสิ่งรอบตัวด้วยท่าที อย่างไร มองโลกอย่างไรหนังสือจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ

Navigation