Skip to content. | Skip to navigation

Personal tools
Log in
This Logo Viewlet registered to qPloneSkinBusiness4 product
You are here: Home บทความการเลี้ยงดูลูก

เด็กทุกคนในโลกใบนี้ไม่แตกต่างกัน

บรรยาย โดย Irene A. Zip เป็นคุณแม่ของลูกชายสาม (แฝดสอง) เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่สำนักงานสมาคมไทสร้างสรรค์ Irene เป็นนักธุรกิจสาวชาวเนเธอร์แลนด์แต่งงานกับ Hans A. Zip นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ปัจจบันทั้งคู่ได้ขายกิจการและธุรกิจทั้งหมด เพื่อเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ลูกชายทั้งสามด้วยตัวเอง (Home School)ควบคู่ไปกับการทำงานเพื่อสังคม**

The A. Zip Children

เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๐ ดิฉันเคยได้เข้าร่วมในการสัมมนาที่สมาคมไทสร้างสรรค์ ร่วมกับสโมสรโรตารี่แก่นคูนจัดขึ้น ดิฉันมีความยินดีมากที่ได้มาพบกับทุกท่านในวันนี้ และการอบรมสัมมนาในวันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับเด็กๆของเรา

ดิฉันอยากจะพูดถึง ๒ สิ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กๆ นั่นคือ น้ำผึ้งและน้ำนม

นำ้ผึ้ง คือความอ่อนหวานที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเราจะมอบให้แก่เด็กๆ

น้ำนม คือ อาหารที่เราใช้เลี้ยงดูเด็กๆเพื่อการเจริญเติบโต

เราทุกคนต่างต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เด็กๆลูกหลานของเรา เด็กๆทุกคนเรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่เป็นต้นแบบ และต้นแบบที่ใกล้ชิดซึ่งเด็กจะเลียนแบบอย่างง่ายดายก็คือ พ่อแม่

เรามาดูกันว่า ใครคือผู้ที่มีอิทธิพลต่อเด็ก ในหลายครั้ง ที่เรามักพูดกันว่าในโลกตะวันตกนั้นมีความเจริญและสวยงาม แต่วันนี้ เวลาเราจะพากันออกจากภาพลวงตานั้น ซึ่งในความเป็นจริงก็คือ พวกเราที่อาศัยอยู่ในโลกตะวันตกและตะวันออก พวกเราก็เรียนรู้เรื่องการอ่าน การใช้ชีวิตต่างๆจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายของเราเหมือนกัน แม้ในประเทศออสเตรเลียที่ดิฉันและครอบครัวอาศัยอยู่ มีหนังสือมากมายเต็มไปหมด แต่ชาวออสเตรเลียก็ไม่ได้อ่านหนังสือกันทุกคน

ย้อนไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พยายามแสวงหาวิธีการไปสู่ความเป็นเลิศทางการศึกษา ในอเมริกาได้เผบแพร่ผลการสอบแข่งขันปรากฏว่ามีเด็กคนหนึ่งที่มาจากครอบครัวยากจนมากๆในรัฐเคนตักกี้ สอบได้คะแนนเต็ม ผู้คนต่างสงสัยกันว่า เด็กคนนี้ไม่มีเครื่องมือจากไหนเพื่อทำให้ตนได้คะแนนดี เมื่อทีมสำรวจไปเสาะหาข้อมูลก็ไม่พบว่าเด็กคนนี้มีเครื่องมือใดๆในการศึกษาเลย แต่เด็กคนนี้มีครอบครัวที่อ่านหนังสือให้ฟังทุกวัน

เด็กในปัจจุบันมีชีวิตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆมากมาย ซึ่งมีงานวิจัยเผยแพร่ออกมาว่า การที่เด็กดูโทรทัศน์มาเกินไปจะส่งผลต่อการเรียน การที่เด็กๆเฝ้าดูแต่โทรทัศน์ซึ่งมีผลต่อการเรียนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงเวลาที่เด็กเสียไปกับการดูเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่ที่เด็กได้ดูอะไรด้วย แบบอย่างต่งๆที่เด็กได้มาจากโทรทัศน์จึงอาจไม่ใช่แบบอย่างที่ดี

ประสบการณ์ที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ที่ได้จากการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง มีบางคนกล่าวว่า การศึกษาไม่ใช่การเติมน้ำลงในแก้ว แต่เป็นการเติมน้ำลงในถัง การที่ดิฉันอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่เด็ก แม้ในวันนี้ที่ลูกๆของดิฉันมาที่นี่พวกเขาก็ได้เรียนรู้ ได้มีประสบการณ์จากที่นี่ด้วย เด็กๆเรียนรู้จากการฟัง เวลาที่เราอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง เด็กๆจะได้คำศัพท์มากมายมากกว่าการฟังคนพูดธรรมดา เราทุกคนต่างมีเป้าหมายอย่างหนึ่งในชีวิตเหมือนกันทุกคน คือความรื่นรมย์และความสุข คนเราจึงพยายามแสวงหาสิ่งนี้ จริงอยู่มันอาจจะเป็นการยากสำหรับคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือออกเสียงมาก่อน แต่เมื่อเรายิ่งฝึกมากเท่าไหร่ เราก็จะชำนาญมากเท่านั้น เด็กๆที่ประสบความสำเร็จในการเรียน ส่วนใหญ่คือเด็กที่มีคำศัพท์อยู่ในตัวมาก เพราะจะช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจในสิ่งที่ครูพูด กิจกรรมเดียวที่จะช่วยฝึกฝนความชำนาญและให้ประสบการณ์นี้แก่เด็ก คือการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง

กลับไปที่เด็กยากจนในอเมริกาคนนั้น ความจริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนของหนังสือหรือความร่ำรวย หรือการมีเครื่องมือมากมายเพราะความจริงก็คือ เราทุกคนล้วนมีโอกาสเท่ากัน นั่นคือ เราต้องเริ่มอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ทำไมเราต้องอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เหตุผล คือ ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งมีความรู้มาก เราต้องการความรื่นรมย์ในชีวิต เราสามารถเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กๆ เราเปิดโอกาสให้เด็กได้รู้จักโลกโดยไม่ต้องพาเด็กไปทุกหนทุกแห่ง เราสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก

ในประเทศออสเตรเลีย มีอัตราการอ่านตกต่ำลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันการอ่านหนังสือให้เด็กฟังก็มีอัตราลดลงเรื่อยๆเช่นกัน เราสามารถนำไปเป็นตัวชี้วัดตามหลักเศรษฐศาสตร์ได้ เพราะการที่เราอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ก็เหมือนกันกับการโฆษณาชวนเชื่อแก่เด็กๆนั่นเอง เพื่อให้เด็กเห็นว่า หนังสือมันสนุกนะ เช่นเดียวกันกับที่ลูกๆของดิฉันมองเห็นว่าหนังสือมีความสนุก พวกเขาจึงชอบหนังสือ ชอบการอ่าน ดิฉันไม่ได้พูดในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการอะไร เพียงแต่อยากบอกว่า ดิฉันในฐานะแม่ที่สนุกกับการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง สิ่งหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของเราประสบความสำเร็จในการทำให้ลูกๆชื่นชอบหนังสือ ก็คือ เราไม่ได้ที่จะพยายามที่จะอ่านหนังสือให้ลูกฟังมากๆ แต่เราอ่านเล่มเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก จนบางครั้งเราเองยังรู้สึกเบื่อ แต่เด็กๆกลับสนุกและมีความสุข ที่น่าทึ่งและน่าสนใจก็คือพวกเขาพูดคุยกันถึงหนังสือ พูดคุยกันถึงตัวละครต่างๆในหนังสือ การอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก จะช่วยให้เด็กซึมซับสิ่งต่างๆในหนังสือ ในการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เราจะต้องทำอย่างมีความสุข ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระที่ต้องทำ หรือเป็นความทุกข์ที่จะต้องอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่อาจจะไม่เคยมีใครอ่านหนังสือให้ฟัง แต่เราก็ควรจะหยิบหนังสือมาอ่านบ้าง เมื่ออ่านมากๆเข้า เราก็จะรู้สึกสนุก และลุกลามไปถึงการอยากอ่านให้เด็กฟังด้วย เมื่ออ่านหนังสือให้เด็กฟังบ่อยๆเข้า เราจะค่อยๆเริ่มมีเทคนิคมากขึ้น การใช้น้ำเสียง การใช้สีหน้าท่าทาง ขณะที่เด็กฟังและดูภาพ พวกเขาจะได้เรียนรู้จากหนังสือมากกว่าที่เราเห็น ยิ่งเราอ่านหนังสือให้เด็กฟังมากเท่าไร เด็กก็จะยิ่งเรียนรู้มากเท่านั้น เมื่อเราอ่านให้เด็กฟังบ่อยๆ เราเองก็ได้เรียนรู้ไปด้วย

ตั้งแต่วันที่ลูกเกิดจนวันนี้ ดิฉันอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกคืน คืนละ ๑๐ นาทีติดต่อกันไม่เคยหยุดเลย คิดดูแล้วกันว่า เด็กๆได้เรียนรู้ได้ฟังหนังสือมากแค่ไหน และขณะที่ดิฉันอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง ดิฉันก็มีความสุขไปด้วย จนลืมไปเลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เราต้องเริ่มต้นอ่านหนังสือให้เด็กฟังเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อเราอ่านไปนานเข้านานเข้า เราอาจจะปล่อยพื้นที่ว่างให้เด็กได้มีส่วนร่วมด้วย และบางครั้งในการกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการอ่านก็เป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะคุณครูที่มีเด็กในควาดูแลจำนวนมาก ยิ่งต้องควรกำหนดเวลาที่แน่นอน และเด็กจะได้เรียนรู้เรื่องเวลาไปด้วย เมื่อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเราอาจชักชวนเด็กๆพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้น เปิดโอกาสให้เด็กๆได้พูดคุย และเมื่ออ่านหนังสือจบแล้วจึงค่อยพยายามเชื่อมโยงสู่สิ่งที่เด็กๆเรียนรู้ ให้เด็กเล่นบทบาทสมมุติ เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนไว้ให้เด็กๆด้วย ที่สำคัญอย่าอ่านเรื่องที่เราไม่ชอบ อย่ารีบอ่านเพราะเวลาเร่งรัด และอย่าคิดแต่ว่าจะสั่งสอนอะไรให้เด็ก อย่าอ่านเพียงเพื่อให้จบๆไปเพราะเด็กจะสามารถรับรู้อารมณ์ของเราได้

มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมหัศจรรย์กับการที่เราสามารถพาเด็กๆท่องไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ค้องพาเด็กๆเดินทางไปไหนเลย หนังสือสามารถพาเด็กๆไปสู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ มันมีประโยชน์ขนาดไหนในการที่เรานั่งลงอ่านหนังสือให้เด็กฟังเป็นการเริ่มต้นที่ดี เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถช่วยให้เด็กๆได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตการเรียนรู้ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาเครื่องมือราคาแพงใดๆ แค่มีเพียงเรา มีหนังสือที่ดีและเราก็อ่านหนังสือให้เด็กฟัง เราสามารถสร้างให้เด็กรุ่นนี้ มีชีวิตที่เติบโตแตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆได้ เพียงอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง ไม่มีความลับอะไรเลยนอกจาก “อ่านหนังสือให้เด็กฟัง”

ดิฉันอยากบอกว่า เด็กๆทุกคนในโลกนี้เหมือนกัน พวกเขาชอบสัตว์ ชอบต้นไม้ รักพ่อแม่ รักทุกคนที่ดูแลเขา และเด็กๆทุกคนในโลกนี้ชอบฟังนิทาน ชอบให้ผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

และเด็กทุกคนในโลกนี้ มีความสามารถในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน”

พัฒนาเด็กด้วยการอ่าน หนังสือภาพสำหรับเด็ก ห้องสมุดเด็ก ห้องสมุดเด็กไท เตาแก๊สชีวมวลGLP BookBike